ทุเรียน เป็นโรครากเน่าค่ะ ยืนต้นตาย จากบนสู่ข้างล่าง และเหมือนรากจะไม่เดิน เวลาที่ต้นตายแล้วถอนออกมารากเหมือนไม่เดิน ส่ว

ทุเรียน เป็นโรครากเน่าค่ะ ยืนต้นตาย จากบนสู่ข้างล่าง และเหมือนรากจะไม่เดิน เวลาที่ต้นตายแล้วถอนออกมารากเหมือนไม่เดิน ส่วนต้นที่เหลืออยู่ จะรักษาด้วยยาอะไรดีคะ ก่อนที่จะตายยกสวนอ่ะค่ะ ขอบคุณค่ะ

7 Likes

ปกติ ถึงแม้จะเป็นโรครากเน่า รากก็ยังขยายต่อไปได้ เพียงแต่ปลายรากบางส่วนที่ถูกเชื้อราสาเหตุโรครากเน่าเข้าทำลาย ปลายรากเป็นสีดำ เน่า

โรครากเน่า ลองตรวจสอบอาการดู
อาการเน่าที่โคนต้น และกิ่ง ที่ผิวเปลือกของลำต้นหรือกิ่ง คล้ายมีคราบน้ำเกาะติด เห็นได้ชัดในสภาพที่ต้นทุเรียนแห้ง เกิดจุดฉ่ำน้ำและมีน้ำเยิ้มออกมาเนื้อเยื่อและเปลือกเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลเข้ม แสดงอาการลุกลามเน่ารอบโคนต้น ทำให้ทุเรียนใบร่วงหมดต้น ยืนต้นแห้งตายในเวลาต่อมา
เชื้อราเข้าทำลายที่ใบ เกิดเป็นจุดสีน้ำตาล ถ้าเข้าทำลายที่ผล เกิดจุดสีน้ำตาลบนผล จะทำให้ผลเน่า ร่วง
เชื้อเข้าทำลายที่ระบบรากต้นทุเรียน ทำให้รากเป็นสีน้ำตาล เมื่อรากเน่ามากใบทุเรียนในระดับปลายกิ่ง แสดงอาการซีดเหลือง ชะงักการเริญเติบโต และต่อมาใบร่วงโดยเริ่มจากใบส่วนปลายกิ่งก่อน

แนวทางการจัดการ

๑. ถากแผลที่มีอาการออกให้หมด ป้ายแผลด้วยสารป้องกันกำจัดเชื้อราสำหรับราชั้นต่ำ* หรือ

๒. ฉีดเข้าต้นด้วย สารฟอสฟอนิก เอซิด หรือ ฟอสฟอรัส เอซิด

๓. พ่นส่วนบนต้นด้วย สารฯสำหรับเชื้อราชั้นต่ำ*

๔. หว่านรอบโคนด้วย เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ ไตรโคเดอร์ม่า ผสม ปุ๋ยหมักหรือปุ๋ยคอก และรำข้าว อัตรา๑ : ๕๐-๑๐๐ : ๔-๕ กก.

การใช้เชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ ไตรโคเดอร์ม่านั้น ต้องหว่านให้รอบโคน มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ไม่ต้องกังวลว่าจะใช้มากเกินไป เพราะ การจะผสมและหว่านในพื้นที่ใหญ่ๆอย่างสวนทุเรียนนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย ต้องใช้เวลาพอสมควรกว่าจะทั่วถึง และคำถามที่ว่าจะต้องใช้ซ้ำเมื่อไหร่ นั้น เราสามารถสังเกตุได้จากเส้นใยสีเขียวของเชื้อราที่บริเวณโคนต้นพืช ใน ๑ -๒ ปีแรกของการใช้อาจจะต้องเพิ่มเชื้อจุลินทรีย์ปฏิปักษ์ทุกครั้งที่ใส่ปุ๋ยคอก และอาจจะหว่านรำข้าวเพิ่มเป็นระยะๆ เพราะรำข้าวคืออาหารโดยตรงของเชื้อจุลินทรีย์

สารสำหรับเชื้อราชั้นต่ำเช่นสารฯในกลุ่มรหัส 4 (เมตาแลกซิล) กลุ่มรหัส 21 (ไซยานามิด ) กลุ่มรหัส 22 (อีทาบ๊อกแซม) กลุ่มรหัส 27 (ไซม๊อกซานิล* )กลุ่มรหัส 28 (โพรพาโมคาร์บ ไฮโดรคลอไรด์ ) กลุ่มรหัส 40 (ไดเมโทมอร์ฟ ไอโพรวาลอคาร์บ** วาลิฟินาเลท** แมนดิโพรพามิด**) กลุ่มรหัส 43 (ฟลูโอปิคลอไรด์** ) กลุ่มรหัส 32 (ไฮมิซาโซล) กลุ่มรหัส P07(33) (ฟอสอีทิล อลูมิเนียม ฟอสฟอนิก เอซิด ฟอสฟอรัส เอซิด) เป็นต้น
** จะมีจำหน่ายในลักษณะของสารผสมกับสารประเภทสัมผัส

การฉีดกรดฟอสฟอรัสเข้าต้นทุเรียน
วิธีการใช้ กรดฟอสฟอรัส / กรดฟอสฟอนิก ( Phosphorous acid, Posohonic acid)ฉีดเข้าต้นทุเรียน สำหรับควบคุมโรครากเน่าโคนเน่าที่เกิดจากเชื้อรา ไฟทอปทอร่า (Phytophthora ) นั้นมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ โดย ดร.ธรรมศักดิ์ สมมาตร ได้คิดค้นพัฒนาขึ้นมาและ ใช้ต่อเนื่องมาจนทุกวันนี้ อาจจะมีการพัฒนาดัดแปลงไปบ้างตามความเหมาะสมของเกษตรกรแต่ละราย ขอสรุปวิธีการใช้ตามที่มีข้อสงสัยของเกษตรกรดังนี้
อัตราการผสมสาร
ฤดูฝน : ใช้กรดฟอสฟอรัส เอซิด 10 มม. ผสมกับน้ำกลั่น 10 มม, ต่อ 1 หลอด
ฤดูแล้ง: ใช้กรดฟอสฟอรัส เอซิด 5 มม. ผสมกับน้ำกลั่น 10 มม, ต่อ 1 หลอด

ปริมาณที่ใช้ต่อต้น : สามารถคำนวณได้ 2 วิธีคือ

  1. วัดความยาวของเส้นรอบวงลำต้น สูงจากพื้นดินประมาณ 1 ฟุต : ใช้สารที่ผสมแล้ว 1 หลอดต่อความยาวเส้นรอบวง 30 – 40 ซม.
  2. คำนวณจากอายุของต้นทุเรียน : อายุ 3-4 ปี ใช้ 1 หลอด อายุ 5-7 ปี ใช้ 2 หลอด อายุ 8-10 ปีใช้ 3 หลอด อายุ 11- 15 ปี ใช้ 3-4 หลอด และ อายุ มากกว่า 15 ปีใช้ 4 หลอด
    ระยะเวลาการฉีด
    1.ถ้าใช้เพื่อป้องกันโรค ในกรณีที่ต้นยังไม่แสดงอาการ: ฉีด ทุก 4 – 6 เดือน
    2.รักษาต้นที่มีอาการเล็กน้อย : ฉีดทุก 2-3 เดือน
    3. รักษาต้นที่มีอาการรุนแรง : ฉีดทุก 1-2 เดือน
8 Likes

รากเน่านี่เจอทีไรก็มีปาดเหงื่อ สู้ๆนะครับ

ขอบคุณค่ะ

ขอบคุณมากนะคะ