มีต้นทุเรียนเป็นราจุดสนิมขึ้นตามกิ่ง รักษาเท่าไรก็ไม่หายครับ กิ่งค่อยๆแห้งตายไปเรื่อยๆ ไม่รู้ว่าทำอย่างไรดี 1. ต้นนี้ อย

มีต้นทุเรียนเป็นราจุดสนิมขึ้นตามกิ่ง รักษาเท่าไรก็ไม่หายครับ กิ่งค่อยๆแห้งตายไปเรื่อยๆ
ไม่รู้ว่าทำอย่างไรดี

  1. ต้นนี้ อยู่กลางแดด แสงแดดส่องทั่วครับ
  2. พ่น คอปเปอร์ ไป 2 ครั้งแล้ว
  3. พ่น ไดฟีโคนาโซล+โพรพิโคนาโซล ไป 2 ครั้งแล้ว
    เอา แว่นขยาย ส่องดู ยังเห็น เส้นใยสีน้ำตาลแดง และ มีจุดขาวๆตรงปลาย น่าจะเป็น สปอร์
    จุดที่มีคอปเปอร์สีเขียวๆอยู่ ยังมีเส้นใยอยู่เลยครับ
    ขั้นต่อไป ว่าจะลอง เชื้อ บีเอส ดู

มีคำแนะนำไหมครับ

6 Likes

เป็นเส้นใยของราสีชมพู ซึ่งจะมีตั้งแต่สีขาว ชมพูอ่อน จนถึงสีส้ม ขึ้นอยู่กับช่วงเวลาการเจริญเติบโตของเชื้อ สภาพอากาศ และ สายพันธุ์ของพืชอาศัย และบางครั้งมีเชื้อรากลุ่มอื่น เช่น Fusarium มาขึ้นปนด้วย

แนวทางการจัดการ
๑. ตัดแต่งกิ่งที่เป็นโรคออกให้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ และเก็บเศษซากพืชออกจากแปลง
๒. ในสวนใหม่ยังไม่เกิดโรค ควรตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง
๓. เมื่อตัดแต่งกิ่งแล้ว พ่นสารป้องกันกำจัดโรคพืช ที่มีประสิทธิภาพเช่น สารในกลุ่มรหัส1 (เบนโนมิล คา ร์เบนดาซิม )หรือ สารกลุ่มรหัส 3 (ไตรฟอรีน โพรคลอราช ไดฟิโนโคนาโซล อีพ๊อกซีโคนาโซล เฮกซาโคนาโซล ไมโคลบิวทานิล โพรพิโคนาโซล ทีบูโคนาโซล เตตราโคนาโซล )
สารกลุ่มรหัส 11 (อะซ๊อกซีสโตรบิน ไพราโคสโตรบิน ครีโซซิมเมทิล ไตรฟล๊อกซีสโตรบิน) หรือ สารอื่นๆที่เป็นสารผสมกับสารเหล่านี้ เป็นต้น โดยใช้ผสมหรือสลับกับสารประเภทสัมผัส เช่น สาร แมนโคเซ็บ โปรพิเนป คลอโรทาโลนิล เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ และป้องกันการดื้อของเชื้อสาเหตุโรคพืช

ถ้าไม่ตัดแต่งกิ่งเป็นโรคออกเสียบ้าง การใช้สสารป้องกันกำจัดโรคพืช บางครั้งก็ไม่ประสพผลสำเร็จ หรือ เห็นผลช้า

5 Likes

คิดว่าน่าจะเป็น ราจุดสนิม หรือ รากำมะหยี่ มากกว่าครับ เพราะ ต้นที่เป็น ใบก็เป็นด้วย
เดี๋ยวพรุ่งนี้ ถ่ายมาให้ดูอีกที
เริ่มเป็น ก็เป็น วงสนิม เลยครับ

คล้ายรูปใน เนท รูปนี้ ครับ

อีกรูป

ข้อมูลจาก เนท

ขอบคุณค่ะ
ลองพิจารณาดูนะคะ
๑. ใบแก่ของทุเรียนแสดงอาการจุดฟูเขียวแกมเหลืองของสาหร่าย เกิดกระจายบนใบ จุดจะพัฒนาและขยายโตออกไปและเปลี่ยนเป็นสีเหลืองแกมส้ม นี้จะเป็นอาการของ โรคจุดสนิม หรือ จุดสาหร่าย เกิดจาก สาเหร่าย Cephaleuros virescens
๒…เกิดกลุ่มเส้นใยสีส้ม เป็นวงกลม และกลางแผลมักจะมีรอยแตก การทำลายของเชื้อรา ไม่ทำลายถึงระดับเนื้อไม้ภายใน เกิดจากเชื้อรา : Septobacidium spp

สรุปในกรณ๊นี้ น่าจะเป็น กรณีที่๒ เพราะเริ่มจากเส้นใยสีส้มทันที
แนวทางการจัดการ เหมือนกันทั้ง ๒ โรค

๑.ตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง เอาส่วนที่เป็นโรคออกจากแปลง
๒.ถ้ามีการระบาดของโรคมากแล้ว ควรผสมสารป้องกันกำจัดโรคพืชประเภทดูดซึมที่มีประสิทธิภาพด้วย เช่นสาร กลุ่มรหัส 1( เบนโนมิล คาร์เบนดาซิม ไธอะเบนดาโซล ไทโอฟาเนทเมทิล) สารกลุ่มรหัส 3 ( ไตรฟอรีน โพรคลอราช ไดฟิโนโคนาโซล อีพ๊อกซีโคนาโซล เฮกซาโคนาโซล ไมโคลบิวทานิล โพรพิโคนาโซล ทีบูโคนาโซล เตตราโคนาโซล )สารกลุ่มรหัส 11 (อะซ๊อกซีสโตรบิน ไพราโคสโตรบิน ครีโซซิมเมทิล ไตรฟล๊อกซีสโตรบิน) หรือ สารอื่นๆที่เป็นสารผสมกับสารเหล่านี้ เป็นต้น โดยใช้ผสมหรือสลับกับสารประเภทสัมผัส เช่น สาร แมนโคเซ็บ โปรพิเนป คลอโรทาโลนิล เป็นต้น เพื่อเพิ่มประสิทธฺภาพและป้องกันการดื้อของเชื้อสาเหตุโรคพืช

หรือเพื่อประสิทธิภาพสูงสุด ใช้สารกลุ่มรหัส ๓+๑๑ และ ผสมสารสัมผัส

2 Likes

ครับ
จะลองดู
ถ้าคืบหน้าอย่างไร
จะมาโพสต์ให้เป็นความรู้ครับ

1 Like

ยินดีค่ะ