"อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง" คืออะไร ใช้ในการเกษตรอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่!

“อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง” คืออะไร ใช้ในการเกษตรอย่างไร หาคำตอบได้ที่นี่!

  • เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง

ทุกวันนี้เทคโนโลยีมีบทบาทสำคัญอย่างมากในชีวิตประจำวันของเรา และไม่น่าแปลกใจเลยที่มันจะเข้ามามีบทบาทในภาคเกษตรกรรมโดยเฉพาะเทคโนโลยีอย่าง “อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง“ (Internet of things หรือ IoT) คือเทคโนโลยีที่ วัตถุ สิ่งของเครื่องใช้ พาหนะ และสิ่งอำนวยความสะดวกต่างๆ สามารถเชื่อมต่อเข้ากับเครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้สามารถเก็บบันทึกและแลกเปลี่ยนข้อมูลผ่านตัวเซ็นเซอร์ต่างๆที่ติดตั้งกับอุปกรณ์ได้ โดยเทคโนโลยีนี้มีการปรับใช้ในภาคเกษตรกรรมเพื่อช่วยเหลือเกษตรกรในด้านต่างๆ และในวันนี้เราจะมาดูกันว่า เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งจะมีประโยชน์ และประยุกต์ใช้กับภาคเกษตรกรรมได้อย่างไร

  • ประโยชน์ของอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่ง
  1. สามารถเก็บข้อมูลจำนวนมากผ่านตัวเซนเซอร์ ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลสภาพอากาศ คุณภาพดิน พัฒนาการของพืช หรือสุขภาพของปศุสัตว์เป็นต้น ทำให้เกษตรกรสามารถรับรู้ข้อมูลที่ส่งผลต่อการทำการเกษตรได้อย่างครอบคลุมและทันท่วงที

  2. ลดความเสี่ยงในการเพาะปลูก เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งทำให้เกษตรกรสามารถคาดการณ์ผลกระทบที่อาจจะเกิดขึ้นกับผลผลิตได้ และรู้ถึงปัจจัยต่างๆที่ส่งผลต่อการปลูกพืชว่าอยู่ในเกณฑ์ที่เหมาะสมหรือไม่ ทำให้สามารถวางแผนจัดการในการเพาะปลูกได้ดีขึ้น

  3. ควบคุมค่าใช้จ่ายและลดของเสีย อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งสามารถบอกข้อมูลต่างๆซึ่งทำให้เกษตรกรสามารถใช้ข้อมูลนี้เพื่อประกอบการตัดสินใจในการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้นในพื้นที่เกษตรได้อย่างทันท่วงที และช่วยลดความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นอีกทั้งยังช่วยควบคุมค่าใช้จ่าย

  4. เพิ่มประสิทธิภาพการผลิต การใช้ระบบอัตโนมัติจะช่วยควบคุมปัจจัยการทำงานหลายๆอย่างไปพร้อมๆกันเช่นการให้น้ำ การให้ปุ๋ย การควบคุมแสง ทำให้สามารถควบคุมคุณภาพของกระบวนการผลิต และทำให้ผลผลิตมีคุณภาพ

  • ตัวอย่างการใช้งานในภาคเกษตรกรรม
  1. ใช้ตรวจสอบสภาพอากาศ เกษตรกรสามารถใช้เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งในการเก็บข้อมูลสภาพอากาศของพื้นที่ที่ต้องการจะปลูกได้ และสามารถนำข้อมูลมาใช้ประกอบการตัดสินใจในการปลูกพืชที่เหมาะกับสภาพอากาศนั้นๆ อีกทั้งทำให้สามารถคาดการณ์และเตรียมรับมือกับสภาวะอากาศที่อาจเปลี่ยนแปลงได้

  2. ใช้ระบบอัตโนมัติภายในโรงเรือน การใช้เซนเซอร์ผ่านเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งจะช่วยให้เข้าถึงข้อมูลที่ถูกต้องและแม่นยำได้ตลอดเวลา ไม่ว่าจะเป็นเรื่องแสง อุณหภูมิ คุณภาพดิน หรือความชื้นในโรงเรือน อีกทั้งยังเป็นการลดการใช้แรงงานได้อีกด้วย

  3. ใช้ติดตามเฝ้าดูปศุสัตว์ การใช้เซนเซอร์เพื่อเฝ้าดูปศุสัตว์เป็นสิ่งที่นิยมทำกันในต่างประเทศ เพราะเกษตรกรต่างประเทศนิยมเลี้ยงปศุสัตว์ในระบบเปิดทำให้ยากแก่การติดตามเฝ้าดู อีกทั้งยังช่วยให้เกษตรกรรู้ได้ว่าปศุสัตว์ตัวไหนมีสุขภาพเป็นอย่างไร เป็นการช่วยประหยัดค่าใช้จ่ายในการจ้างคนดูแลได้

  4. ใช้เพิ่มความแม่นยำในการทำการเกษตร หรือที่เรียกว่า “เกษตรแม่นยำ“ เป็นการใช้ข้อมูลต่างๆที่ส่งผลต่อการทำการเกษตร เช่น ข้อมูลภูมิอากาศ น้ำ สภาพดิน หรือภาพถ่ายทางอากาศ ที่ได้จากเซนเซอร์ต่างๆผนวกกับเทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งและนำข้อมูลมาวิเคราะห์ เพื่อจัดการได้อย่างเหมาะสม จะช่วยให้เกษตรกรตัดสินใจได้อย่างแม่นยำมากขึ้น ว่าควรให้น้ำตอนไหน ปริมาณเท่าไหร่ สมดุลธาตุอาหารในดินเพียงพอหรือไม่ เพื่อนำไปปรับใช้ในพื้นที่ของตนเอง ถือเป็นการใช้ทรัพยากรได้อย่างคุ้มค่า ช่วยลดค่าใช้จ่ายที่ไม่จำเป็นและยังช่วยเพิ่มคุณภาพของผลผลิต

  5. ใช้โดรนเพื่อการเกษตร การใช้โดรนในภาคเกษตรกรรมถือเป็นการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่น่าจับตามอง นอกจากจะช่วยทดแทนการใช้แรงงานในการฉีดพ่นสารเคมีแล้ว ยังสามารถเก็บข้อมูลสุขภาพของพืชที่ปลูก และข้อมูลเชิงพื้นที่อื่นๆได้

  • เทคโนโลยีอินเทอร์เน็ตสรรพสิ่งกับเกษตรกรรมในอนาคต

อินเทอร์เน็ตของสรรพสิ่งมีประโยชน์มากมายในภาคเกษตรกรรมไม่ว่าจะเป็นตัวช่วยในเรื่องการได้รับข้อมูลที่ส่งผลต่อการเพาะปลูกเพื่อช่วยลดความเสี่ยงในการทำการเกษตร จากตัวอย่างที่ผู้เขียนยกมาก็จะเห็นว่าควรค่าแก่การนำมาประยุกต์ใช้กับเกษตรกรรมบ้านเรา ซึ่งผู้เขียนก็มั่นใจว่าเมื่อเกษตรกรบ้านเรานำเทคโนโลยีนี้มาประยุกต์ใช้ในการทำการเกษตร ก็จะสามารถปรับปรุงประสิทธิภาพการผลิต และลดการใช้แรงงานลงได้

ขอบคุณข้อมูลจาก : https://easternpeak.com/blog/iot-in-agriculture-technology-use-cases-for-smart-farming-and-challenges-to-consider/
http://dv.co.th/blog-th/Get-to-know-IOT/

8 Likes