วิธีกำจัดแมลงศัตรูพืชโดยไม่ต้องใช้สารพิษ

วิธีกำจัดแมลงศัตรูพืชโดยไม่ต้องใช้สารพิษ

4 Likes

ใช้กับดักแสงไม่ก็กาว

ถ้าไม่ใช้สาร เชื้อบิววาเรียก็ใช้ได้ครับ

หมั่นเดินสำรวจเอาดีกว่าค่ะ แล้วคอยเก็บทำลาย

การจัดการศัตรูพืชในแปลงเกษตรอินทรีย์

  1. การใช้พันธุ์ต้านทาน

พันธุ์พืชต้านทาน หมายถึง พันธุ์พืชที่แมลงไม่ชอบทำลาย หรือทนทานหรือถูกทำลายแล้วได้รับความเสียหายเพียงเล็กน้อย สามารถให้ผลผลิตและคุณภาพสูงกว่าพันธุ์พืชชนิดเดียวกัน ที่ปลูกในสภาพการทำลายของแมลงศัตรูพืชระดับเดียวกันหรือในสภาพพื้นที่ หรือสภาพแวดล้อมที่มีปัญหาเหมือนกัน

กลไกการต้านทานของพืชนั้นอาจเกิดจากกายวิภาคของพืชที่ทำให้แมลงไม่ชอบกิน หรือไม่ชอบวางไข่บนต้นพืช (non – preference) เช่น ใบพืชที่มีขนจะลดการวางไข่ของแมลงบางชนิดได้ หรือการที่พืชผลิตสารบางชนิดที่ทำให้แมลงไม่ขยายพันธุ์ หรือมีผลต่อการเจริญเติบโตของแมลง (antibiosis) เช่น ข้าวพันธุ์ที่ต้านทานต่อเพลี้ยกระโดดสีน้ำตาล อ้อยพันธุ์อู่ทอง 1 พันธุ์เค-84-200 และ พันธุ์87-2-807 จะถูกหนอนกอลายจุดใหญ่ ทำลายน้อยกว่าพันธุ์ 87-2-1085

  1. การจัดการแมลงศัตรูพืชโดยวิธีเขตกรรม

เช่น การไขน้ำท่วมแปลงเพื่อทำลายแมลงศัตรูพืชที่อยู่ในพื้นที่ก่อนทำการปลูกพืช การไถเตรียมดินเพื่อกำจัดแมลง การตัดแต่งกิ่งไม้ยืนต้นหรือการถอนต้นพืชไร่ และพืชล้มลุกที่พบเพลี้ยแป้ง เพลี้ยอ่อน หรือเพลี้ยหอยไปเผาทำลายนอกแปลง

  1. การจัดการศัตรูพืชโดยวิธีกล

ได้แก่ การใช้กับดักกาวเหนียวสีเหลือง 80 – 100 กับดักต่อไร่ ในแปลงผักสามารถลดการทำลายของเพลี้ยไฟ และแมลงหวี่ขาวได้ การห่อผลในมะม่วง ชมพู่ และฝรั่ง ลดการทำลายของแมลงวันผลไม้ได้ การใช้กับดักหลุมดักจับตัวเต็มวัยของด้วงหนวดยาวอ้อย การพันตาข่ายรอบโคนต้นทุเรียน และมะม่วงเพื่อดักจับตัวเต็มวัยด้วงหนวดยาว การใช้มือเก็บหนอนหรือกลุ่มไข่ของหนอนเพื่อลดการทำลาย การเก็บหอยเชอรี่ในนาข้าว การเก็บตัวเต็มวัยแมลงนูนหลวงมาทำลาย การตัดหน่ออ้อยที่มีหนอนกออ้อยไปทำลายนอกแปลง นอกจากนี้การใช้กับดักฟีโรโมนก็อนุญาตให้ใช้ในเกษตรอินทรีย์ได้

  1. การใช้สารสกัดจากพืช

มีรายงานว่า สารสกัดพืชหลายชนิดมีศักยภาพเป็นสารป้องกันกำจัดแมลงและสัตว์ศัตรูพืช (สารฆ่า, สารไล่ สารยับยั้งการวางไข่ และสารยับยั้งการกินอาหาร) มาตรฐานเกษตรอินทรีย์อนุญาตให้ใช้สารที่เตรียมจากพืชธรรมชาติได้ ยกเว้นยาสูบ เช่น ว่านน้ำ โล่ติ๊น(หางไหล) หนอนตายหยาก สะเดา ตะไคร้หอม ข่าแดง บรเพ็ด กากเมล็ดชา เป็นต้น

  1. การใช้น้ำมันปิโตรเลียม และไวท์ออยล์

น้ำมันพาราฟิน น้ำมันปิโตรเลียม และไวท์ออยล์ เป็นผลพลอยได้จากการสกัดน้ำมันปิโตรเลียม มีกลไกการออกฤทธิ์ทำลายแมลงศัตรูพืชโดยไปอุดรูหายใจ ลดออกซิเจน และป้องกันการแลกเปลี่ยนอากาศ งานวิจัยของกรมวิชาการเกษตรมีรายงานและคำแนะนำมากมายในการกำจัดศัตรูพืช เช่น เพลี้ยไก่แจ้(ในส้ม และทุเรียน) หนอนชอนใบในส้มเขียวหวาน เพลี้ยไฟ(ในกะเพราและโหระพา) แมลงหวี่ขาว(ในกะเพรา โหระพา ผักชีฝรั่ง ถั่วเหลือง) เพลี้ยแป้งในน้อยหน่า เพลี้ยหอยในส้มเขียวหวาน ไรแดงในทุเรียน และไรสนิมส้ม เป็นต้น การใช้น้ำมันปิโตรเลียม และไวท์ออยล์ อัตราที่แนะนำอยู่ระหว่าง 30 – 150 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร ขึ้นกับชนิดของแมลง และชนิดพืช การใช้อัตราเข้มข้นเกินไปอาจมีปัญหาเกิดความเป็นพิษต่อพืชได้ และห้ามผสมกับกำมะถันหรือซัลเฟอร์เนื่องจากจะเกิดพิษต่อพืช

6.การใช้สารชีวภัณฑ์และศัตรูธรรมชาติ (ตัวห้ำ ตัวเบียน)

ได้แก่ การใช้เชื้อบีที(บาซิลลัส ทูริงเจนซิส) กำจัดหนอนผีเสื้อ การใช้เชื้อไวรัสเอ็น พี วี ที่มีความเฉพาะเจาะจงต่อหนอนเจาะสมอฝ้าย หนอนกระทู้ผัก และหนอนกระทู้หอม การใช้เชื้อราขาวบิวเวอร์เรีย เชื้อราเขียวเมทาไรเซียม กำจัดเพลี้ยไฟและแมลงหวี่ขาว เป็นต้น นอกจากนี้อาจมีการเลี้ยงและปล่อยศัตรูธรรมชาติช่วยกำจัดแมลงศัตรูพืช เช่น ด้วงเต่าตัวห้ำ มวนพิฆาต มวนเพชฌฆาต แมลงช้างปีกใส แตนเบียนไข่ไตรโคแกรมมา เป็นต้น ในส่วนการควบคุมโรคพืช ก็มีเชื้อราปฏิปักษ์ เช่น เชื้อราบาซิลลัส ซับติลิส และเชื้อราไตรโคเดอมา เป็นต้น

  1. สารอื่นๆ

น้ำมันจากพืช หรือสัตว์ กำมะถัน ซิลิเกต โซเดียมซิลิเกต โซเดียมไบคาร์บอเนต น้ำส้มควันไม้