ทำสารทุเรียนกับมังคุด

ทำสารทุเรียนกับมังคุด

1 Like

ทำสารมีการทำในทุเรียน ส่วนมังคุดใการจัดการธาตุอาหาร
การทำสารทุเรียน
การเตรียมความพร้อมของต้น
กระตุ้นการแตกใบอ่อนชุดที่ 1

  1. ทำความสะอาดโคนทุเรียน โดยคราดเอาใบแห้งออก ถอนและกำจัดวัชพืชใต้ทรงพุ่มออก
  2. ฟื้นฟูรากโดยใส่สารฮิวมิคแอซิด อัตรา 1000 มิลลิลิตรผสมปุ๋ย 30-20-10 อัตรา 300-500 กรัม ในน้ำ 200ลิตร ฉีดพ่นลงดินด้วยเครื่องฉีดแรงดันสูง ทุกๆ 7 วันจำนวน 3 ครั้ง
  3. ใส่ปุ๋ยเคมี สูตร 15-15-15หรือ 16-16-16 อัตรา 3-4 กิโลกรัม/ต้นผสมกับ 30-0-0จำนวน 1กิโลกรัมหรือ 15-0-0 คลุกเคล้ากันแล้วหว่านลงดินใต้ทรงพุ่มห่างจากโคน 50-70 เซนติเมตร รูปที่ 2
  4. ตัดแต่งกิ่งได้แก่ กิ่งแห้ง กิ่งน้ำค้าง กิ่งฉีกหัก กิ่งซ้อนทับ และกิ่งแซมในทรงพุ่ม รูปที่ 3
  5. การกระตุ้นให้แตกใบอ่อน โดยการฉีดพ่น อาหารเสริมคาร์โบไฮเดรตดังนี้ กลูโคส 600 กรัมผสม ฮิวมิคแอซิด 20 มิลลิลิตรผสมปุ๋ยเกล็ด 15-30-15 หรือ 10-20-30 ที่มีธาตุรองผสม อัตรา 60 กรัมผสมยาป้องกันเชื้อราในน้ำ 20 ลิตรผสมสารจับใบ ฉีดพ่น 1-2ครั้งเพื่อกระตุ้นให้แตกใบอ่อนเร็วขึ้น
  6. หลังหว่านปุ๋ยเคมีตามข้อ 3 ให้ใส่ปุ๋ย รอบๆชายพุ่มตก สูตร 30-0-0 หรือ 15-0-0 อัตรา 1-1.5 กิโลกรัม/ต้นเพื่อให้รากทุเรียนสามารถดูดเอาไปใช้ได้เต็มที่
  7. ทุกครั้งที่ใส่ปุ๋ยแล้ต้องรีบให้น้ำตามไปทันที รูปที่ 4ปุ๋ยจะไม่สูญเสีย ไม่ระเหิดหลังให้น้ำไปแล้วง 10-15 วันทุเรียนก็จะแตกใบอ่อน
  8. จากนี้ไปอีกประมาณ45-60 วันใบก็จะแก่เต็มที่ก็สามารถกระตุ้นให้แตกใบอ่อนชุดที่ 2 ต่อไป
  9. การป้องกันกำจัดศัตรูทุเรียน แมลงศัตรูที่สำคัญได้แก่ เพลี้ยไฟ ไรแดง เพลี้ยไก่แจ้ หนอนหน้าแมวกัดกินใบอ่อนโรคที่สำคัญได้แก่ ราแอนแทรคโนส โรคใบติด ราไฟทอปธอร่า
    การกระตุ้นให้แตกใบอ่อนชุด 2และ3 หลังใบอ่อนชุดแรกแก่เต็มที่อายุ 45-60 วันก็ทำการกระตุ้นให้แตกใบอ่อนชุดที่2เหมือนชุดแรก โดยการแตกใบอ่อนชุดที่ 3 ทำการกระตุ้นเหมือนชุดแรกและชุดที่ 2 ดังนี้ ให้ปุ๋ยเกล็ด 46-0-0 หรือ 30-20-10 หรือ 20-20-20 ฉีดพ่น 2-3 ครั้ง ทุกๆ 7-10 วันฉีดพ่นสารกระตุ้นการแตกใบอ่อน อัตรา 300 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร ผสมอาหารเสริมที่มีแม็กนีเซี่ยมสูงอัตรา 300 มิลลิลิตร และ โคแม็ค อาหารเสริมที่มีสังกะสีสูง อัตรา 150-300 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หลังจากนั้นใบอ่อนจะแตกภายใน 10-15 วัน
  10. ดูแลป้องกันกำจัดศัตรูพืชในระยะใบอ่อน-ใบเพสลาดเช่นเดียวกันกับข้อ 5.1.1ข้อ8)
    การบังคับนอกฤดูด้วยสารพาโคลบิวทราโซล
    ช่วงระยะใบเพสลาดสีเขียวเป็นมัน กิ่งแก่เหมาะสมมากที่สุด
  11. สภาพแวดล้อมก่อนหน้านี้ 1-2 วันที่ผ่านมาต้องไม่มีฝนตก เมฆน้อยฟ้าโปร่ง อากาศแจ่มใส ลมสงบ แดดอ่อน เมื่อฉีดพ่นสารต้องไม่มีฝนตก หากมีฝนตกจะต้องทำการฉีดพ่นซ้ำในวันรุ่งขึ้นในปริมาณเท่าครั้งแรก
  12. การเตรียมสารพาโคลบิวทราโซลอัตราความเข้มข้น 1000-1500 PPM(ถ้าสารชนิด 10%อัตราที่ใช้ 200-300 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตรหรือชนิด 25% อัตรา 80-120 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตรน้ำที่ใช้ต้องสะอาด ความเข้มข้นของสารพาโคลบิวทราโซล อาจใช้ในอัตราที่สูงขึ้นในกรณีต้นทุเรียนมีความสมบูรณ์มาก โดยสังเกตใบแก่มีขนาดใหญ่ สีเขียวเข้มเป็นมันมีการแตกใบอ่อนมาก หลายชั้นใบในช่วงที่ผ่านมา ความยาวของข้อระหว่างช่วงใบห่างกันมาก
    3)วิธีการฉีดพ่น ปรับหัวฉีดให้เป็นฝอยละเอียด ฉีดภายนอกทรงพุ่ม ให้ถูกใบเพสลาดมากที่สุด เพื่อให้สารเคลื่อนย้ายไปสะสมที่เนื้อเยื่อเจริญ เช่นตายอด ตาใบ และยอดอ่อน ต้องทำการฉีดพ่นก่อนฝนตก 1 ชั่วโมง ทั้งนี้ให้สารถูกดูดซึมเข้าลำต้นได้เพียงพอ
  13. หลังฉีดสารพาโคลบิวทราโซลไปแล้ว 1-2 สัปดาห์ถ้าทุเรียนยังมีการแตกใบใหม่ เนื่องจากความเข้มข้นที่ใช้ครั้งแรกอาจไม่เหมาะสมกับสภาพความสมบูรณ์ของต้นทุเรียน หรือการฉีดพ่นไม่ทั่วถึง ต้องทำการพ่นสารฯใหม่โดยใช้อัตรา 500-700 ppm(ถ้าสารชนิด 10%อัตราที่ใช้ 100-150 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตรหรือชนิด 25% อัตรา 40-60 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตร)
    การจัดการเพื่อสนับสนุนการออกดอก หลังพ่นสารพาโคลบิวทราโซลไปแล้วจะต้องรีบใส่ปุ๋ยเพื่อสะสมตาดอกทันที
  14. ปุ๋ยทางดินสูตร 8-24-24 หรือ9-24-24 อัตราเป็นกิโลกรัม=1/2 ของเส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม(เมตร)
  15. หลังให้ปุ๋ยทางดินแล้ว 2 สัปดาห์ ให้ปุ๋ยเกล็ดสูตร 10-52-17,0-42-56 หรือ 9-27-34อัตรา 500-1000 กรัมผสมธาตุอาหารรองเช่น แคลเซี่ยม โบรอน แม็กนีเซี่ยม สังกะสี เหล็กและแมงกานีส อัตราตามคำแนะนำ เพราะทุเรียนต้องการมากในช่วงการแตกตาเพื่อเสริมสร้างความสมบูรณ์ของดอก
    การตัดแต่งกิ่ง
  16. ตัดแต่งกิ่งกอตะไคร้ กิ่งแขนง กิ่งน้ำค้าง เพื่อลดการแก่งแย่อาหารขณะออกดอก และการเลี้ยงผลใหม่
    การจัดการโคนต้น
    หลังพ่นสารพาโคลบิวทราโซลไปแล้ว 40 วัน ให้ดำเนินการดังนี้
    1)ทำความสะอาด โคนต้นบริเวณใต้ทรงพุ่ม โดยคราดเอาใบแห้ง กิ่งแห้งและกำจัดวัชพืชออกให้หมด เพื่อให้หน้าดินแห้ง ในสวนทุเรียนที่อายุน้อยควรโยงกิ่งที่ปกดินให้สูงขึ้นเพื่อให้อากาศถ่ายเทสะดวก หน้าดินแห้งเร็วขึ้น
    2)งดการให้น้ำเพื่อให้ทุเรียนเกิดความเครียด นำไปสู่การพักตัวเพื่อเตรียมการออกดอก
    การตรวจดูความพร้อมของต้นทุเรียนก่อนทำการกระตุ้นออกดอก
    1)บีบใบล่างสุดของช่อใบที่แตกออกมาชุดสุดท้าย โดยกำมือตามความยาวของใบให้แน่น ถ้าใบทุเรียนแก่จะแข็งกรอบมีเสียงดังกรอบแกรบ แสดงว่าทุเรียนอยู่ในสภาพสมบูรณ์และมีตาดอกพร้อมที่จะทำการเปิดตาดอกได้แล้ว
    2)ปลายรากฝอยตะขาบที่อยู่บนหน้าดินจะแห้งเป็นสีน้ำตาลเข้มหรือออกเป็นสีดำ
  17. ตรวจดูที่กิ่งของต้นทุเรียนเริ่มแตกตาดอกเป็นตุ่มน้ำตาลอ่อน และกลายเป็นสีน้ำตาลแกมเขียวอ่อน แสดงว่าตาดอกกำลังเริ่มพัฒนาไปสู่ระยะไข่ปลาแล้ว
    การกระตุ้นออกดอก
    หลังพบว่าทุเรียนอยู่ในระยะพร้อมพัฒนาไปสู่ระยะไข่ปลาแล้ว
    ดำเนินการกระตุ้นการออกดอกตาม แนวทางดังนี้
    1) แนวทางที่ 1 ฉีดพ่นด้วยไทโอยูเรีย ความเข้มข้น 1500 ppm ( 30 กรัม/น้ำ 20 ลิตร)ฉีดพ่นที่ใต้บริเวณท้องกิ่ง ตรงกลุ่มดอกอ่อนระยะไข่ปลา ระวังอย่าให้ถูกใบจะทำให้ใบไหม้
    2) แนวทางที่ 2 ฉีดพ่นด้วยโปแตสเซียมไนเตรท 13-0-46 อัตรา 150 - 300 กรัมผสมสาหร่ายทะเลอัตรา 30-60มิลลิลิตรหรือผสมกรดอะมิโนแอซิด อัตราแนะนำในน้ำสะอาด 20 ลิตรฉีดพ่นทั่วทั้งต้นและที่ใต้บริเวณท้องกิ่ง ตรงกลุ่มดอกอ่อนระยะไข่ปลา
    3) แนวทางที่ 3 ใช้ปุ๋ยทางใบ สูตร 7-13-34+12.5 Zn ผสมสารทำลายการพักตัวของตาดอกที่มีกำมะถันเป็นองค์ประกอบเช่น แอร์โกวิท อัตรา 2-3 มิลลิลิตรในน้ำสะอาด 20 ลิตรฉีดพ่นที่ใต้บริเวณท้องกิ่ง ตรงกลุ่มดอกอ่อนระยะไข่ปลา
    4)แนวทางที่ 4 เลือกวันที่ฝนไม่ตก ฉีดพ่นด้วยปุ๋ยทางใบสูตร 12-3-42 ผสมฮอร์โมนกลุ่มไซโตไคนิน เช่น นูโปร ฉีดพ่นที่ใต้บริเวณท้องกิ่ง ตรงกลุ่มดอกอ่อนระยะไข่ปลา และตุ่มตาดอกขนาดเล็ก
    5 ) กรณีไข่ปลาชะงัก เนื่องจากฝนตกหนักติดต่อกัน 3 วันหรือฝนตกหนัก มากกว่า 35 มิลลิเมตร/วันทำให้ดอกอ่อนไข่ปลาหยุดชะงัก แก้ไขโดย ฉีดพ่นด้วยไทโอยูเรีย เข้มข้น 1500 ppm ผสมสาหร่ายสกัด 30มิลลิลิตร ผสม NAA เข้มข้น 12.5 ppm
    (แพลนโนฟิกส์ อัตรา 10 มิลลิลิตร)ในน้ำสะอาด 20 ลิตร ฉีดพ่นที่ใบพอเปียก ทั่วต้น อย่างไรก็ตาม ควรหลีกเลี่ยงการแก้ไขด้วยวิธีนี้ เพราะ NAA อาจทำให้ใบทุเรียน กรอบ และร่วงได้
    5.2.2 การจัดการน้ำเพี่อช่วยให้การออกดอกดีขึ้น หลังที่ทำการปิดตาดอกแล้วทุเรียนเริ่มแทงดอกออกมาเป็นหัวตาปูให้เห็น หากอากาศแห้งให้ขึ้นน้ำทีละน้อยแบบพรมให้หน้าดินชื้น ให้สังเกตว่าทุเรียนขาดน้ำหรือไม่ ถ้าน้ำน้อยกลุ่มดอกหุบ ถ้าน้ำมากกลุ่มดอกจะกางออก ยิ่งดอกโตขึ้นก็ต้องการน้ำค่อนข้างมาก ในระยะหัวกำไล และระยะดอกบานรูปที่ 10,11และ12
    5.2.3 การยืดขั้วดอก
    โดยปกติการฉีดพ่นสารพาโคลบิวทราโซลทำให้ขั้วดอกสั้น ควรฉีดพ่นด้วย จิบเบอเรลลิน อัตรา 5 ppm (อัตรา 100 มิลลิกรัม/น้ำ 20 ลิตร)จำนวน 2 ครั้งใน 1สัปดาห์ ควรทำในระยะไข่ปลาหรือ ระยะเหยียดตีนหนู หาก่อนหรือหลังจะไม่ได้ผล
    1 วิธีการผลิตนอกฤดูหรือก่อนฤดู
    1.1การเตรียมความพร้อมของต้น
    1.1 ทำการตัดแต่งกิ่ง
    ดำเนินการตัดแต่งกิ่งทันทีหลังเก็บผลเสร็จแล้ว ประมาณพฤษภาคม -มิถุนายน โดยตัดกิ่งแห้ง กิ่งถูกโรค และแมลงเข้าทำลาย กิ่งแซมในทรงพุ่ม กิ่งกระโดง กิ่งซ้อนทับ กิ่งด้านล่างที่ติดพื้นดิน กิ่งหักหรือฉีกขาด
    1.2 การใส่ปุ๋ย
    1.2.1 ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ซึ่งจะช่วยปรับสภาพและโครงสร้างของดินโดยแทรกตัวอยู่ในช่องว่างของดิน ทำให้ดินร่วนซุย ปุ๋ยคอก ได้แก่ ขี้ค้างคาว ขี้ไก่แกลบ ขี้หมู ขี้วัว ขี้แพะ ขี้ม้า อัตรา 10 – 50กิโลกรัมต่อต้นแล้วอายุต้น
    1.2.2 ปุ๋ยเคมี
    การปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพ ควรทำการวิเคราะห์ดินก่อนเพื่อจะได้ทำการปรับสภาพดิน และสามารถเลือกชนิดปุ๋ยและปริมาณตามที่มังคุดต้องการ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กับการผลิตมังคุดในฤดูที่ผ่านมา ได้แก่ สูตร 15-15-15หรือ 16-16-16 ปริมาณ( กิโลกรัม)เท่ากับ เส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม(เมตร)
    หลังใส่ปุ๋ยและรดน้ำไปแล้วต้นมังคุดยังไม่ตอบสนองการแตกใบอ่อน ให้ใช้ยูเรีย 46-0-0 อัตรา 1.5 กิโลกรัม/ น้ำ 200 ลิตร ฉีดพ่นทางใบ หรือ ใช้ไทโอยูเรีย อัตรา 20-40 กรัมผสมกับน้ำตาลเด็กซ์โตส 600 กรัม/น้ำ 20 ลิตรโดยไม่ต้องผสมสารจับใบ มังคุดจะแตกใบอ่อน ภายใน 7-10 วัน
    ข้อควรระวังไทโอยูเรียอาจทำให้ให้ล่วงได้ หากความชื้นต่ำต้องลดอัตราการใช้ลงให้เหมาะสม
    1.3 การให้น้ำ สม่ำเสมอเพื่อชักนำให้มังคุดแตกใบอ่อนมาแข็งแรงสมบูรณ์
    1.3.1 กรณีต้นมังคุดทรุดโทรมมากๆเนื่องจากมีผลผลิตมากในฤดูกาลที่ผ่านมามีอาการใบซีดกร้านควรเพิ่มปุ๋ยเคมีคลุกเคล้ากับฮิวมิค แอซิด อัตรา 30 มิลลิลิตร/ปุ๋ย 1 กิโลกรัม ก่อนทำการหว่านปุ๋ย หรืออาจใช้ฮิวมิคแอซิด 200-500 กรัม/ต้นหว่านพร้อมกับปุ๋ย หรือใช้สูตรน้ำตาลทางด่วน 1-2 ครั้ง ส่วนประกอบดังนี้
    1)น้ำตาลเด็กซ์โตรส หรือกลูโคส 600 กรัม
    2)ปุ๋ยเกล็ด15-30-15 หรือ10-20-30อัตรา 60 มิลลิกรัม
  18. ฮิวมิคแอซิด 20 มิลลิลิตร
    4)สารเคมีป้องกันกำจัดราผสมสารจับใบ อัตราแนะนำ
    5)ผสมในน้ำ 20 ลิตร
    1.4 กำจัดโรคและแมลงตามความเหมาะสม ในช่วงการแตกใบอ่อน ได้แก่เพลี้ยไฟ หนอนคืบ และหนอนชอนใบ รูปที่
    2.การเตรียมความพร้อมเพื่อการออกดอก (ก่อนฤดู)
    หลังจากเตรียมความพร้อมต้นมังคุดมาสมบูรณ์ดีแล้ว ในช่วงปลายฤดูฝนประมาณปลายเดือน ตุลาคม-พฤศจิกายน
    2.1 ทำการกวาดโคน เอาใบแห้งออก และกำจัดวัชพืชใต้ทรงพุ่มออกให้หมด
    2.1.1ในที่ดอน หยุดการให้น้ำเพื่อดินแห้ง ใบมังคุดลู่สลด ก้านใบชักร่อง
    2.1.2 สำหรับมังคุดในร่องสวน ให้ทำการกักน้ำ เพื่อดินแห้ง ใบมังคุดลู่สลด ก้านใบชักร่องเช่นเดียวกัน
    2.2 การขึ้นน้ำเพื่อกระตุ้นให้มังคุดออกดอก
    หลังจากการงดน้ำหรือกักน้ำจนกระทั่งใบมังคุดลู่สลด ก้านใบชักร่องแล้ว
    2.2.1 มังคุดในร่องสวน ปล่อยน้ำเข้าร่องสวนให้ท่วมระดับปลายรากก็พอแล้ว และให้น้ำใต้ทรงพุ่มทางสายยางหรือให้ทางเรือรดน้ำ
    ส่วนมังคุดในที่ดอนให้เปิดน้ำทางหัวเหวี่ยง หรือมินิสปริงเกอร์ ต่อเนื่อง2-3 ครั้งช่วงที่ให้น้ำให้หมั่นสังเกต ก้าใบมังคุดเดิมที่เคยชักร่องกลับมาเต่งเหมือนเดิม ตาดอกที่ซ่อนอยู่ใต้โคนก้านใบคู่ปลายยอดจะแสดงอาการบวมเป่งและอ้าออกให้ทำการให้น้ำต่อไปเรื่อยๆ จนมังคุดแทงดอกออกมาให้เห็นดอกซึ่งมีกลีบใบคู่ ปลายมีสีแดงหุ้มดอกไว้มองเห็นคล้ายก้ามปู รูปที่ 10 ชาวสวนมักจะเรียกระยะนี้ว่า ระยะ ก้ามปู หรือปากนกแก้ว ซึ่งต่อไปก้ามปูจะพัฒนาต่อไปเป็นดอกมะเขือพวงรูปที่ 11
    หากตาดอกที่แตกออกมาออกมาเป็นสีเขียว แสดงว่าเป็นตาใบและพัฒนาเป็นใบให้หยุดการให้น้ำ และระบายน้ำออกจากร่องสวนและกักน้ำให้แห้ง จนต้นมังคุดเกิดความเครียด ใบลู่ สลด ก้านใบชักร่องอีกครั้ง และเริ่มให้น้าและขึ้นน้ำใหม่อีกครั้งสังเกตที่ตายอดว่าแตกตามาเป็นตาดอกต่อไป
    3.การปฏิบัติดูแลระยะดอกอ่อน- เก็บเกี่ยว
    3.1 ระยะดอกตูม(มะเขือพวง) รูปที่ 11ระยะควรฉีดพ่นธาตุโบรอน อัตรา 100 มิลลิลิตร/น้ำ 200 ลิตร พ่น 1 สัปดาห์ก่อนดอกบาน
    3.2 ระยะดอกบานรูปที่12 ฉีดพ่นธาตุแคลเซี่ยม เช่น แคลเซี่ยมแม็กซ์ อัตรา 50-100/น้ำ 200 ลิตร ช่วยให้ขั้วมังคุดแข็งแรงไม่หลุดร่วงง่าย ขณะเดียวกัน ควรดูแลเรื่องเพลี้ยไฟ มาดูดน้ำหวานจากดอก ทำให้เป็นมังคุดผิวขี้กลาก
    3.3 ระยะผลอ่อนขนาดเล็กรูปที่ 14 ช่วงนี้มังคุดต้องการแคลเซี่ยมเพื่อช่วยให้โครงสร้างเซลล์แข็งแรงเพื่อช่วยลดอาการเนื้อแก้วยางไหลในช่วงฤดูฝนและควรให้ปุ๋ยขยายขนาด 16-16-16 หรือปุ๋ยทางใบ 20-20-20ฉีดพ่นทางใบ ทุก 15 วัน 2-3 ครั้ง
    3.4 ระยะผลพัฒนา
    มังคุดเริ่มมีขนาดใหญ่ ก่อนเก็บเกี่ยวประมาณ 1 เดือนช่วงจำเป็นต้องพ่นแคลเซี่ยม อัตรา 50-100 มิลลิลิตร/น้ำ 200 ลิตรช่วยให้เซลล์แข็งแรงป้องกันเนื้อแก้วยางไหล ขณะเดียวกัน ก็ให้ปุ๋ย 12-12-24 เพื่อให้มังคุดมีคุณภาพและรสชาติดี งดการให้น้ำ ก่อนเก็บเกี่ยว 15-20 วันทำให้เนื้อแห้ง
    4.การเก็บเกี่ยว
    เก็บมังคุดแก่จัดที่ระยะสีผิวเปลี่ยนจากสีเขียวเป็นสีชมพูแต้ม เขียวอมชมพู และชมพูทั้งผลเพื่อส่งอบไอน้ำดังดัชนีเก็บเกี่ยวมังคุด
    ส่วนตลาดอื่นได้เกือบทุกระยะ ยกเว้นสีม่วงดำ ด้อยคุณภาพอายุสั้น
3 Likes

ความเห็นอาจารย์มนูน่าจะช่วยได้เยอะนะครับ สู้ๆ

1 Like

สวนผสมหรอครับ??