พี่ๆจัดการกับหนอนเจาะผลในลำใยที่ได้ผลกันยังไงบ้างครับ รบกวนขอคำแนะนำด้วยครับ

พี่ๆจัดการกับหนอนเจาะผลในลำใยที่ได้ผลกันยังไงบ้างครับ รบกวนขอคำแนะนำด้วยครับ

9 Likes

ผมเคยใช้สารสะกัดสะเดา และน้ำส้มควันไม้ครับ ช่วงแรกๆ ได้ผลอยู่ครับ แต่หลังๆมามันเริ่มไม่ค่อยอยู่สักเท่าไหร่

1 Like

ตามครับ

อะซีเฟตครับ เก่งหนอน

1 Like

ขอบคุณครับ

ส่วนตัวผมจะดูว่าหนอนมันอยู่ระยะไหน ละใช้สารให้ถูกกับระยะของมัน วิธีนี้จะได้ผลกว่า ล่าสุดผมใช้อีมาเมกติน ได้ผลครับ

4 Likes

จะลองดูครับ

1 Like

ถ้าให้ผมแนะนำ ในเวลาปกติ ผมชอบเดินดูในแปลงบ่อยๆ ถ้าพบหนอนหรือลำใยที่ถูกหนอนกินแล้วผมจะรีบเก็บเอาไปเผาหรือฝังเลยครับ

การป้องกันกำจัดหนอนเจาะผลในลำไย

1.วิธีเขตกรรมและวิธีกล** หมั่นตรวจแปลงหากพบตัวหนอนหรือผลที่ถูกหนอนทำลาย ทั้งบนต้นและที่ร่วงหล่นบนพื้นดินต้องรีบเก็บไปเผาหรือฝัง
2.การใช้สารชีวภัณฑ์** การใช้สารสกัดจากพืช เช่น สารสกัดสะเดา หางไหล โล่ติ๊น หรือน้ำหมักจากข่าแดง ตะไคร้หอม บอระเพ็ด น้ำส้มควันไม้ เป็นต้น สารสกัดจากพืชจะเป็นสารที่ไล่ตัวเต็มวัยของแมลงที่บินได้ไม่ให้เข้ามาในสวน สามารถลดการวางไข่ได้ นอกจากนี้เนื่องจากหนอนเจาะผลทั้ง 2 ชนิด เป็นแมลงในกลุ่มหนอนผีเสื้อ ดังนั้นการใช้แบคทีเรียบาซิลลัสทูริงเจนซิส(บีที) ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งสำหรับชาวสวนที่ไม่ใช้สารเคมีหรือการผลิตแบบอินทรีย์
3.การใช้สารเคมี** การพ่นสารเคมีเน้นการพ่นสารแบบป้องกันโดยพ่นในช่วงที่เริ่มพบการระบาดโดยสารเคมีจะไปเคลือบทีผิวเปลือก หากผีเสื้อมาวางไข่และหนอนฟักจากไข่ใหม่ๆจะอ่อนแอเมื่อมากัดกินที่ผิวเปลือกที่มีสารเคมีตกค้างอยู่จะทำให้หนอนตายก่อนเจาะเข้าด้านใน กรณีหนอนเจาะเข้าไปแล้วจะจัดการได้ยาก มีสารเคมีที่สามารถใช้สำหรับป้องกันกำจัดหนอนผีเสื้อหลายกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส

กลุ่ม 1 เอ กลุ่มคาร์บาเมท เช่น เบนฟูราคาร์บ คาร์โบซัลแฟน คาร์บาริล ฟีโนบูคาร์บ

กลุ่ม 1 บี กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต เช่น อะซีเฟต ไดคลอร์วอส ไดอะซินอน ไดเมโทเอต โอเมโทเอต เฟนโทเอต โพรไทโอฟอส โพรฟีโนฟอส ไตรอะโซฟอส ไตรคลอร์ฟอน

กลุ่มที่ 2 ยับยั้งการทำงานของกาบา

กลุ่ม 2 บี กลุ่มฟิโพร์ล เช่น ฟิโพรนิล

กลุ่มที่ 3 ไพรีทรอยด์สังเคราะห์ เช่น แลมบ์ดาไซฮาโลทริน เดลทาเมทริน เบตาไซฟลูทริน

กลุ่มที่ 5 เลียนแบบตัวกระตุ้นตรงจุดรับสารอะซีตีลโคลีน เช่น สไปโนแซด สไปนีโทแรม

กลุ่มที่ 6 กระตุ้นช่องเปิดคลอไรด์ เช่น อะบาเมกติน อีมาเมกตินเบนโซเอต

กลุ่ม 13 รบกวนการส่งโปรตอนในขบวนการฟอสโฟรีเลชั่น เช่น คลอร์ฟีนาเพอร์

กลุ่มที่ 14 ขัดขวางจุดรับนิโคตินิคอะซิตีลโคลีน เช่น คาร์แทป

กลุ่ม 15 ยับยั้งการสร้างสารไคติน เช่น โนวาลูรอน ลูเฟนนูรอน(ยับยั้งการลอกคราบตัวอ่อน และคุมไข่ในท้องตัวแม่)

กลุ่มที่ 21 ยับยั้งการสร้างพลังงานตรงการส่งผ่านอิเลกตรอนจุดที่ 1

กลุ่ม 21 เอ เช่น โทลเฟนไพแรด

กลุ่ม 21 บี หางไหล โล่ติ๊น

กลุ่ม 22 รบกวนความต่างศักย์บริเวณช่องทางผ่านของโซเดียมในระบบประสาท ได้แก่ อินดอกซาคาร์บ

กลุ่มที่ 23 ขบวนการสร้างพลังงานตรงส่วนการสังเคราะห์ไขมัน เช่น สไปโรเตตร้าแมต

กลุ่มที่ 28 กลุ่มรบกวนการทำงานตัวรับไรยาโนดิน (การปลดปล่อยแคลเซียมในกล้ามเนื้อ) เช่น คลอแรนทรานิลิโพรล ไซแอนทรานิลิโพรล ฟลูเบนไดเอไมด์

สารที่มีกลไกการออกฤทธิ์ 2 แบบผสมสำเร็จรูป

กลุ่ม 28+6 คลอแรนทรานิลิโพรล+อะบาเมกติน

กลุ่ม 28+4 คลอแรนทรานิลิโพรล+ไทอะมีทอกแซม ไทอะโคลพริด+ฟลูเบนไดเอไมด์
หมายเหตุ การผลิตลำไยส่งออกควรจัดการตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสม (Good Agricultural Practice; GAP) กรณีการใช้สารเคมี เกษตรกรควรทิ้งช่วงก่อนเก็บเกี่ยวหลังจากการพ่นสารครั้งสุดท้ายแล้วอย่างน้อย 7 วัน

1 Like