ช่วงนี้เพลี้ยจั๊กจั่นมาแล้วนะครับพี่น้องชาวสวนมะม่วง เดินดูสวนเมื่อเช้าเห็นตัวอ่อนสองสามตัว ไม่รู้แอบมาวางไข่ไว้ตอนไหน ม

ช่วงนี้เพลี้ยจั๊กจั่นมาแล้วนะครับพี่น้องชาวสวนมะม่วง เดินดูสวนเมื่อเช้าเห็นตัวอ่อนสองสามตัว ไม่รู้แอบมาวางไข่ไว้ตอนไหน มันน่านัก ขอวิธีกำจัดหน่อยครับ

13 Likes

ติดกับดักกาวดักตัวมันเลยครับ จะได้ไม่มาไข่เรี่ยราด

มีไข่แสดงว่าต้องมีตัวค่ะ หาตัวมันด้วยนะคะ ไม่งั้นฆ่าแต่ไข่ ตัวยังอยู่ ก็แย่นะ

รอบคอบดีมากครับ

ลองพ่นคาร์บาริล ไม่ก็ฟิโพรนิลจ้า

คาร์บาริลไม่ค่อยดีแล้ว พ่นไปก็ไม่ตายเด้อ

สารกลุ่ม 1 3 4 เพลี้ยดื้อยาหมดแล้วครับ ยาที่ว่าแน่ยังแพ้เพลี้ย

เหลืออะไรให้ใช้บ้างล่ะทีนี้

ยาแพ้เพลี้ยนะ ไม่ใช่เพลี้ยแพ้ยา 55555

คนต้องเก่งด้วยครับ ถึงจะเอาอยู่

เชื้อราบิวเวอเรีย

แนะนำ ไทอะมีทอกแซม+แลมบ์ดาไซฮาโลทริน เก็บเรียบ ผมลองแล้ว

ขอบคุณครับ เดี๋ยวลองบ้างครับ

เพลี้ยจักจั่น เป็นแมลงปากดูดที่มักเข้าทำลายรุนแรงในช่วงมะม่วงฤดูกาล ตั้งแต่ประมาณเดือน ธันวาคม-มกราคม โดยสังเกตุจากมะม่วงที่ปลูกหัวไร่ปลายนา หรือสวนหลังบ้านที่เจ้าของไม่ค่อยดูแล ในช่วงเวลาออกช่อก็จะเห็นที่บริเวณทรงพุ่มจะมีคราบน้ำตาลเหนียวเคลือบทีใบเป็นมันเยิ้มไปหมดหลังจากนั้น พุ่มมะม่วงก็จะดำไปหมดอาจจะไม่ติดผลเลยหรือติดบ้างเล็กน้อย ช่อแห้งดำ ถ้าเข้าไปตรวจดูใกล้ก็เห็นคราบตัวอ่อนเพลี้ยจักจั่นมากมาย รูปที่ 1
สำหรับการระบาดและการเข้าทำลายทีใบอ่อนไม่ค่อยรุนแรง อาการทำให้ใบบิดงอ หรือขอบใบแห้ง
การวางไข่ ที่เส้นกลางใบ หรือที่ก้านช่อดอก 7-10 วันฟักออกมาเป็นตัวอ่อน รอกคราบ 4ครั้ง ในช่วงเวลา17-19 วัน
การป้องกันกำจัด
1.การตัดแต่งทรงพุ่มให้โปร่ง ช่วงก่อนออกดอก
2. ตัดวัชพืชและทำความสะอาดแปลง
3 ใช้เชื้อบิวเวอร์เรีย ฉีดพ่น ช่วงมะม่วงแทงช่อ เพื่อลดการระบาดและการเข้าทำลาย
4.ใช้น้ำฉีดพ่นด้วยเครื่องพ่นแรงอัดสูงด้วยแรงดันที่เหมาะสม ในระยะตัวอ่อนร่วงลงมา
5.ใช้กับดักแสงไฟล่อตัวแม่เพลี้ยจักจั่น
6.ใช้แมลงศัตรูธรรมชาติ
7.สารเคมี แลมป์ดาไซฮาโลทริน 2.5%EC อัตรา 10 มิลลิลิตร /น้ำ 20 ลิตร หรือคาร์บาริล 85%WP อัตรา 60 กรัม/น้ำ 20 ลิตร หรือ อิมิดาโคลพริด 10%SL อัตรา 10 มิลลิลิตร/น้ำ 20 ลิตรหรือ ไทอะมีโทแซม 25%WP อัตรา 2.5 กรัม/ น้ำ 20 ลิตร
รูปที่1 จักจั่นและคราบตัวอ่อนบนใบและช่อมะม่วงimage

ปัจจุบันเพลี้ยจักจั่นทุกชนิดทั้งในมะม่วง ทุเรียน มะเขือเปราะ กระเจี๊ยบเขียวปรับตัวดื้อยาจนสารที่เคยแนะนำทั้งชนิดและอัตราใช้ไม่ได้ผลแล้ว ให้ปรับเปลี่ยนชนิดของสารที่ใช้สารที่มีประสิทธิภาพ ได้แก่ กลุ่ม 9ไพมีโทรซีน 50%WG กลุ่ม 29 ฟลอนิคามิด 50%WG อัตรา 15-20กรัมต่อน้ำ 20ลิตร กลุ่ม 15 โนวาลูรอน 10%EC ลูเฟนนูรอน 5%EC อัตรา 15-20ซีซี ต่อน้ำ 20ลิตร กลุ่ม 16 บูโพรเฟซีน 25%WP อัตรา 30-40กรัม บูโพรเฟซีน 40%SC อัตรา 15-20ซีซี (สารกลุ่ม 15และ 16 คุมไข่ในท้องตัวแม่ ยับยั้งการลอกคราบของตัวอ่อน)นอกจากนี้ยังมีสารผสมสำเร็จรูปกลุ่ม 4+3 ไทอะมีทอกแซม+แลมบ์ดาไซฮาโลทริน 14.1+10.6%ZC
อัตรา 10-20ซีซี กลุ่ม 16+1A บูโพรเฟซีน+ไอโซโพรคาร์บ 5+20%WP อัตรา 30-40กรัม ใช้สารสลับกลุ่มกันโดยเปลี่ยนกลุ่มทุก 2อาทิตย์เพื่อป้องกันการดื้อยา