ยาตัวไหนใช้กำจัดหนอนชอนใบส้มได้ผลดีมั่งคับ

ยาตัวไหนใช้กำจัดหนอนชอนใบส้มได้ผลดีมั่งคับ

15 Likes

อิมิดา

อิมิดา เอาไม่อยู่แล้ว หนอนทน

พอจะมีสารตัวอื่นแนะนำอีกไหมคับ

อยากทราบด้วยครับ พอดีเป็นมือใหม

ต้องเข้าใจก่อนว่า หนอนดื้อยาเพราะยาตัวนึงถูกใช้เป็นระยะเวลานานเกิน ควรใช้สารเคมีที่มีกลไกการออกฤทธิ์ที่แตกต่างกันหลายๆกลุ่มมาใช้สลับกัน แต่ละกลุ่มควรใช้ติดต่อกันไม่เกิน 15 วัน ผมแนะนำเป็น ออร์กาโนฟอสเฟต ฟิโพรนิล อีมาเมกติน เบนโซเอต

4 Likes

ขอบคุณมากคับ

1 Like

ขอบคุณสำหรับความรู้ค่ะ

1 Like

สุดยอด

1 Like

ยินดีครับ

หนอนชอนใบถ้าพบต้องรีบกำจัดทันทีนะครับ ปล่อยไว้ไม่ได้เลย

หนอนชอนใบส้มเป็นแมลงในกลุ่มหนอนผีเสื้อควรใช้วิธีผสมผสาน ดังนี้

1.วิธีเขตกรรม** หากพบการระบาดของหนอนชอนใบส้ม ให้เกษตรกรตัดแต่งใบอ่อนที่ถูกหนอนเข้าทำลายมาเผาไฟทิ้งนอกแปลงปลูก นอกจากนี้ช่วงที่มีหนอนชอนใบส้มระบาด ควรงดพ่นปุ๋ยที่มีไนโตรเจนสูง เพราะหนอนชอนใบส้ม และแมลงหลายชนิดมักระบาดมากขึ้นเมื่อใบพืชมีสารอาหารเหมาะสม

2.วิธีกล** การติดกับดักกาวเหนียวสีเหลือง นอกจากการติดกับดักจำนวนมาก (mass trapping)จะช่วยลดจำนวนแมลงศัตรูหลายชนิดแล้ว ยังสามารถใช้กับดักเป็นเครื่องมือในการสำรวจเพื่อเฝ้าระวังการระบาดของศัตรูส้มได้หลายชนิด เช่น หนอนชอนใบส้ม เพลี้ยไก่แจ้ส้ม ไรแดง เป็นต้น

3.การใช้ชีววิธี** หนอนชอนใบส้มมีศัตรูธรรมชาติหลายชนิด มีทั้งเป็นแตนเบียนที่ทำลายระยะหนอนของหนอนชอนใบส้ม แตนเบียนที่ทำลายระยะดักแด้ของหนอนชอนใบส้ม นอกจากนี้ยังพบแมลงห้ำหลายชนิด เช่น มวนพิฆาต มวนเพชฌฆาต แมลงช้างปีกใส. และแมงมุมตัวห้ำอีกหลายชนิด ซึ่งศัตรูธรรมชาติเหล่านี้มีบทบาทสำคัญมากในสวนส้ม ดังนั้นเกษตรกรควรเลือกใช้วิธีการอื่นๆก่อนการใช้สารเคมีเพื่อเป็นการอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติ หากจำเป็นต้องใช้สารเคมีควรเลือกใช้ที่เฉพาะเจาะจงเลือกทำลายเฉพาะศัตรูพืช เพื่อลดผลกระทบของสารเคมีที่มีต่อศัตรูธรรมชาติเหล่านี้

4.การใช้สารชีวภัณฑ์** การใช้สารสกัดสะเดา และเชื้อบีที ( Bacillus thuringiensis )มีรายงานทั้งในและต่างประเทศว่ามีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดหนอนชอนใบส้มได้ มีข้อดีของสารชีวภัณฑ์คืออันตรายน้อยมากต่อแมลงห้ำแมลงเบียน แต่อาจมีข้อเสียคือสลายตัวเร็ว ทำให้ต้องมีการพ่นสารบ่อยครั้ง นอกจากนี้เกษตรกรสามารถใช้พืชสมุนไพรที่หาได้ในท้องถิ่นมาหมักรวมกันใช้พ่นเพื่อลดปริมาณหนอนชอนใบส้มได้ เช่น ข่า ตะไคร้หอม บรเพ็ด ฝักคูน หางไหล(มีพิษสูงต่อปลา) ฯลฯ

5.การใช้สารเคมี** สารที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดหนอนชอนใบตามคำแนะนำของกรมวิชาการเกษตร มีสารกลไกการออกฤทธิ์กลุ่ม 4 โคลไทอะนิดิน 16%SG อัตรา 5 กรัม ไทอะมีทอกแซม 25%WG อัตรา 5 กรัม อิมิดาโคลพริด 10%SL 5%ECและสูตร 70%WG อัตรา 8 ซีซี 16 ซีซี และ 0.5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตรตามลำดับ นอกจากนี้ยังมีกลุ่ม 15 ฟลูเฟนนอกซูรอน 5%EC อัตรา 5 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร รวมทั้งปิโตรเลียมออยล์ 83.9%EC อัตรา 40ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร แต่เนื่องจากฟลูเฟนนอกซูรอนไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศไทยแล้ว จึงมีเฉพาะสารเฉพาะกลุ่ม 4 จึงทำให้หนอนชอนใบต้านทาน(ดื้อยา)จนไม่สามารถจัดการได้ ดังนั้นเกษตรกรควรเลือกสารกลไกการออกฤทธิ์ที่มีมากมายหลายกลุ่มที่มีประสิทธิภาพป้องกันกำจัดกำจัดหนอนผีเสื้อ อาทิเช่น

กลุ่ม 1 ออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต เช่น คาร์โบซัลแฟน ฟีโนบูคาร์บ คลอร์ไพริฟอส โพรฟีโนฟอส ไตรอะโซฟอส โพรไทโอฟอส ไดอะซินอน

กลุ่ม 2 ฟิโพรนิล

กลุ่ม 3 กลุ่มไพรีทรอยด์สังเคราะห์ เช่น ไซเพอร์เมทริน เบตาไซฟลูทริน แลมบ์ดาไซฮาโลทริน เดลทาเมทริน ไบเฟนทริน (ไม่ควรพ่นติดต่อกันเกิน 2 ครั้ง เนื่องจากอาจทำให้แมลงศัตรูชนิดอื่นๆเช่น เพลี้ยไก่แจ้หรือไรแดงระบาดเพิ่มขึ้นได้)

กลุ่ม 4 นีโอนิโคตินอยด์และอนุพันธ์ เช่น อิมิดาโคลพริด ไทอะมีทอกแซม อะซีทามิพริด โคลไทอะนิดิน ไดโนทีฟูแรน ซัลฟอกซาฟลอร์

กลุ่ม 5 สไปโนซินส์ ได้แก่ สไปโนแสด สไปนีโทแรม

กลุ่ม 6 อะเวอร์เมกติน ได้แก่ อะบาเมกติน อีมาเมกตินเบนโซเอต

กลุ่ม 13 คลอร์ฟีนาเพอร์

กลุ่ม 14 คาร์แทปไฮโดรคลอไรด์

กลุ่ม 15 ไดฟลูเบนซูรอน คลอร์ฟลูอะซูรอน ลูเฟนนูรอน โนวาลูรอน

กลุ่ม 18 เมทอกซี่ฟีโนไซด์ โครมาฟีโนไซด์

กลุ่ม 21 โทลเฟนไพแรด

กลุ่ม 22 อินดอกซาคาร์บ

กลุ่ม 23 สไปโรเตตระแมต

กลุ่ม 28 คลอแรนทรานิลิโพรล ฟลูเบนไดเอไมด์ ไซแอนทรานิลิโพรล

กลุ่มอื่นๆ ไวท์ออย ปิโตรเลียมออย

กลุ่มสารผสม 2 กลไกการออกฤทธิ์ เช่น คลอแรนทรานิลิโพรล+ไทอะมีทอกแซม คลอแรนทรานิลิโพรล+อะบาเมกติน ฟลูเบนไดเอไมด์+ไทอะโคลพริด
จะเห็นได้ว่าสารเคมีที่สามารถใช้ป้องกันกำจัดหนอนชอนใบส้ม มีให้เลือกมากมายหลายกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์