ได้ข่าวว่าเขาไม่ต่อใบอนุญาตทะเบียนวัตถุอันตราย คลอไพผมอยากปรึกษาว่าเราจะใช้ยาตัวไหนพ่นหนอนทุเรียนแทนได้บ้างครับ

ได้ข่าวว่าเขาไม่ต่อใบอนุญาตทะเบียนวัตถุอันตราย คลอไพผมอยากปรึกษาว่าเราจะใช้ยาตัวไหนพ่นหนอนทุเรียนแทนได้บ้างครับ

20 Likes

ตามไม่ค่อยทันแล้วสารไหนอนุญาตไม่อนุญาต ใครรู้ช่วยบอกด้วยนะ

หนอนตัวอันตราย เจาะหมดเป็นลูกๆ

แก้ยังไงค่ะ

แลมบ์ดาไซฮาโลทริน 2.5%EC อัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ20 ลิตร เน้นพ่นเฉพาะบริเวณผลครับ

2 Likes

ขอบคุณครับ มีแค่แลมบ์ดาใช่ไหมครับที่ใช้แทนสารสองตัวกลุ่มหนึ่งได้

ผมแนะนำว่าให้ใช้ยาที่มีหลายกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ครับ เช่น อะซีเฟต อีมาเมกตินเบนโซเอต โนวาลูรอน ครับ

4 Likes

ขอบคุณสำหรับความรู้ครับ

ครับผม

หนอนชอบที่อุณหภูมิสูง

ต้องจัดการให้เรียบนะไอหนอนพวกนี้

ขอบคุณทุกคำแนะนำครับ

ถ้าสารคลอร์ไพริฟอสถูกแบน เนื่องจากเป็นสารที่อยู่ในกลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต จึงสามารถใช้สารเคมีที่มีกลไกการออกฤทธิ์เหมือนกันคือยับยั้งการทำงานของเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส ซึ่งมีทั้ง กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต และคาร์บาเมต เช่น คาร์โบซัลแฟน ฟีโนบูคาร์บ คลอร์ไพริฟอส โพรฟีโนฟอส ไตรอะโซฟอส โพรไทโอฟอส ไดอะซินอน เป็นต้น อย่างไรก็ตามการป้องกันกำจัดหนอนเจาะผลทุเรียน ควรใช้วิธีป้องกันกำจัดโดยวิธีผสมผสาน ดังนี้
การป้องกันกำจัดหนอนเจาะผลในทุเรียน

1.วิธีเขตกรรม** ตัดแต่งผลไม่ให้มีมากหรือติดกันเกินไป หรืออาจใช้วัสดุ เช่น กาบมะพร้าว หรือเศษไม้ กั้นระหว่างผล เพื่อป้องกันไม่ให้ตัวเต็มวัยวางไข่ หรือตัวหนอนหลบอาศัยอยู่ ควรเก็บทำลายผลทุเรียนเน่าและร่วงเพราะหนอนทำลายโดยเผาไฟหรือฝัง
2.วิธีกล** หมั่นตรวจดูตามผลทุเรียน เมื่อพบรอยที่หนอนทำลาย ให้ใช้ไม้หรือลวดแข็งเขี่ยตัวหนอนออกมาทำลาย นอกจากนี้ควรห่อผลด้วยถุงมุ้งไนล่อน หรือถุงรีเมย์จะป้องกันไม่ให้ผีเสื้อมาวางไข่ได้ และไม่มีปัญหาทำให้สีผิวเปลือกของทุเรียนผิดไป โดยเริ่มห่อผลตั้งแต่ผลทุเรียนมีอายุประมาณ 1 เดือนครึ่งเป็นต้นไป
3.การใช้สารชีวภัณฑ์** การใช้สารสกัดจากพืช เช่น สารสกัดสะเดา หางไหล โล่ติ๊น หรือน้ำหมักจากข่าแดง ตะไคร้หอม บอระเพ็ด น้ำส้มควันไม้ เป็นต้น สารสกัดจากพืชจะเป็นสารที่ไล่ตัวเต็มวัยของแมลงที่บินได้ไม่ให้เข้ามาในสวน สามารถลดการวางไข่ได้ นอกจากนี้เนื่องจากหนอนเจาะผลเป็นแมลงในกลุ่มหนอนผีเสื้อ ดังนั้นการใช้แบคทีเรียบาซิลลัสทูริงเจนซิส(บีที) ก็เป็นอีกวิธีการหนึ่งสำหรับชาวสวนที่ไม่ใช้สารเคมีหรือการผลิตแบบอินทรีย์
4.การใช้สารเคมี** ในส่วนของคำแนะนำจากการวิจัยของทางราชการได้แก่ การพ่นสารกลุ่ม 1 คลอร์ไพริฟอส 40%EC อัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ 20 ลิตร คาร์โบซัลแฟน 20%EC อัตรา 50 ซีซี และกลุ่ม 3 แลมบ์ดาไซฮาโลทริน 2.5%EC อัตรา 20 ซีซีต่อน้ำ20 ลิตร โดยเน้นพ่นเฉพาะบริเวณผล แต่เนื่องจากสารในกลุ่ม 1 ทั้ง 2 ชนิดคือคลอร์ไพริฟอส และคาร์โบซัลแฟนทางราชการไม่ต่อใบอนุญาตทะเบียนวัตถุอันตรายแล้ว ดังนั้นเกษตรกรควรเลือกสารเคมีที่สามารถใช้สำหรับป้องกันกำจัดหนอนผีเสื้อหลายกลุ่มกลไกการออกฤทธิ์ ได้แก่

กลุ่มที่ 1 ยับยั้งเอนไซม์โคลีนเอสเทอเรส

กลุ่ม 1 เอ กลุ่มคาร์บาเมท เช่น เบนฟูราคาร์บ คาร์โบซัลแฟน คาร์บาริล ฟีโนบูคาร์บ

กลุ่ม 1 บี กลุ่มออร์กาโนฟอสเฟต เช่น อะซีเฟต ไดคลอร์วอส ไดอะซินอน ไดเมโทเอต โอเมโทเอต เฟนโทเอต โพรไทโอฟอส โพรฟีโนฟอส ไตรอะโซฟอส ไตรคลอร์ฟอน

กลุ่มที่ 2 ยับยั้งการทำงานของกาบา

กลุ่ม 2 บี กลุ่มฟิโพร์ล เช่น ฟิโพรนิล

กลุ่มที่ 3 ไพรีทรอยด์สังเคราะห์ เช่น แลมบ์ดาไซฮาโลทริน เดลทาเมทริน เบตาไซฟลูทริน

กลุ่มที่ 5 เลียนแบบตัวกระตุ้นตรงจุดรับสารอะซีตีลโคลีน เช่น สไปโนแซด สไปนีโทแรม

กลุ่มที่ 6 กระตุ้นช่องเปิดคลอไรด์ เช่น อะบาเมกติน อีมาเมกตินเบนโซเอต

กลุ่ม 13 รบกวนการส่งโปรตอนในขบวนการฟอสโฟรีเลชั่น เช่น คลอร์ฟีนาเพอร์

กลุ่มที่ 14 ขัดขวางจุดรับนิโคตินิคอะซิตีลโคลีน เช่น คาร์แทป

กลุ่ม 15 ยับยั้งการสร้างสารไคติน เช่น โนวาลูรอน ลูเฟนนูรอน(ยับยั้งการลอกคราบตัวอ่อน และคุมไข่ในท้องตัวแม่)

กลุ่มที่ 21 ยับยั้งการสร้างพลังงานตรงการส่งผ่านอิเลกตรอนจุดที่ 1

กลุ่ม 21 เอ เช่น โทลเฟนไพแรด

กลุ่ม 21 บี หางไหล โล่ติ๊น

กลุ่ม 22 รบกวนความต่างศักย์บริเวณช่องทางผ่านของโซเดียมในระบบประสาท ได้แก่ อินดอกซาคาร์บ

กลุ่มที่ 23 ขบวนการสร้างพลังงานตรงส่วนการสังเคราะห์ไขมัน เช่น สไปโรเตตร้าแมต

กลุ่มที่ 28 กลุ่มรบกวนการทำงานตัวรับไรยาโนดิน (การปลดปล่อยแคลเซียมในกล้ามเนื้อ) เช่น คลอแรนทรานิลิโพรล ไซแอนทรานิลิโพรล ฟลูเบนไดเอไมด์

สารที่มีกลไกการออกฤทธิ์ 2 แบบผสมสำเร็จรูป

กลุ่ม 28+6 คลอแรนทรานิลิโพรล+อะบาเมกติน

กลุ่ม 28+4 คลอแรนทรานิลิโพรล+ไทอะมีทอกแซม ไทอะโคลพริด+ฟลูเบนไดเอไมด์

หมายเหตุ การผลิตทุเรียนส่งออกควรจัดการตามระบบเกษตรดีที่เหมาะสม (Good Agricultural Practice; GAP) กรณีการใช้สารเคมีควรใช้อัตราตามฉลาก และเกษตรกรควรทิ้งช่วงก่อนเก็บเกี่ยวหลังจากการพ่นสารครั้งสุดท้ายแล้วอย่างน้อย 7 วัน

ขอบคุณที่บอกต่อจ้า