ถ้าจะหาราแป้ง ต้องดูตรงไหน ฝนตกมาหลายวัน กลัวรามา

ถ้าจะหาราแป้ง ต้องดูตรงไหน ฝนตกมาหลายวัน กลัวรามา

7 Likes

ชื้นๆหน่อยก็มาละรา

มันจะเป็นขาวๆ

ต้องเดินดูตามต้น

ต้องดูตรงไหนเป็นพิเศษคะ

อาการของโรคราแป้ง ดูได้ที่ช่อดอกครับ โดยเฉพาะที่มันอยู่ตรงชายพุ่ม ช่อที่ออกเป็นกลุ่มๆ หรือที่มันเป็นกระจุกแน่นๆ ทึบๆ

6 Likes

ขอบคุณมากคะพี่เด่วไปดูเลยเย็นนี้

กังวลเหมือนกันฝนตกบ่อยช่วงนี้

เป็นรายังฉีดให้หายได้

ถ้าฝนตกหนักต่อเนื่องมักจะไม่พบราแป้ง อาจจะพบได้แต่ถ้าอากาศเริ่มเย็น มีฝนตกนานๆครั้ง แต่ที่สำคัญคืออากาศเย็นเล็กน้อย และจะพบอาการของโรคราแป้งบนช่อดอกเป็นส่วนใหญ่
ถ้าฝนตกมากอย่างช่วงนี้ ควรระวังโรคแอนแทรคโนสมากกว่า

ถ้าเกรงว่าจะเกิดราแป้ง พ่นสารประเภทดูดซึมกลุ่มรหัส 1( เบนโนมิล คาร์เบนดาซิม ไธอะเบนดาโซล ไทโอฟาเนทเมทิล) สารกลุ่มรหัส 3 ( ไตรฟอรีน โพรคลอราช ไดฟิโนโคนาโซล อีพ๊อกซีโคนาโซล เฮกซาโคนาโซล ไมโคลบิวทานิล โพรพิโคนาโซล ทีบูโคนาโซล และ เตตรานาโซล เป็นต้น ) และสารกลุ่มรหัส 11 ( อะซ๊อกซีสโตรบิน ไพราโคลสโตรบิน ครีโซซิมเมทิล และ ไตรฟล๊อกซีสโตรบิน เป็นต้น) ผสมกับสารประเภทสัมผัส เช่น แมนโคเซบ โพรพิเนป คลอโรทาโลนิล เป็นต้น สัก ๑ ครั้ง แล้วคอยสังเกตุอาการ ถ้ายังไม่พบอาการของโรคหลังจากพ่นสารครั้งแรกไปแล้ว ๗ วัน อาจจะพ่นซ้ำด้วยสารประเภทสัมผัส (แมนโคเซบ โพรพิเนป คลอโรทาโลนิล เป็นต้น) เพื่อป้องกันเชื้อราที่อาจจะปลิวมาตกใหม่ก็ได้ ถ้าเริ่มพบอาการหรือประมาณ ๓ สัปดาห์ควรปรับมาใช้สารประเภทดูดซึมอีกครั้ง เพราะสารดูดซึมที่พ่นครั้งแรกในพืขอาจจะสลายตัวไปมากจนไม่สามารถยับยั้งการเจริญของเส้นใยเชื้อราที่งอกเจริญเข้าไปสู่ส่วนในของใบหรือดอกของพืชได้แล้ว

วิธีปฏิบัตินี้จะใช้ได้กับโรคทุกโรคบนช่อดอกมะม่วง

2 Likes

นอกจากช่อดอกแล้วดูจากตรงไหนได้อีกครับ

ไม่เคยมีรายงาน และตัวเองก็ไม่เคยพบที่ส่วนอื่น ต้องเฝ้าระวังได้ตั้งแต่ระยะเดือยไก่ นะคะ