อยากให้มะม่วงช่อ เดือน มกราคมต้องทำอย่างไร- มีวิธีไหน/คับ

อยากให้มะม่วงช่อ
เดือน มกราคมต้องทำ
อย่างไร- มีวิธีไหน/คับ

2 Likes

หากเป็นตามธรรมชาติ ก็มีโอกาสอยู่บ้างครับ หากทำนอกฤดูก้ไม่ทันครับ

การทำมะม่วงนอกฤดู
วิธีการผลิตนอกฤดู

  1. การเตรียมความพร้อมของต้น
    1.1 ทำการตัดแต่งกิ่ง
    ดำเนินการตัดแต่งกิ่งทันทีหลังเก็บผลเสร็จโดยตัดกิ่งแห้ง กิ่งถูกโรค และแมลงเข้าทำลาย กิ่งแซมในทรงพุ่ม กิ่งกระโดง กิ่งซ้อนทับ กิ่งด้านล่างที่ติดพื้นดิน กิ่งหักหรือฉีกขาด
    1.2 การใส่ปุ๋ย
    1.2.1 ปุ๋ยอินทรีย์ ได้แก่ปุ๋ยคอกหรือปุ๋ยหมัก ซึ่งจะช่วยปรับสภาพและโครงสร้างของดินโดยพรวนดินให้ปุ๋ยแทรกตัวอยู่ในช่องว่างของดิน ทำให้ดินร่วนซุย ปุ๋ยคอก ได้แก่ ขี้ค้างคาว ขี้ไก่แกลบ ขี้หมู ขี้วัว ขี้แพะ ขี้ม้า อัตรา 20 – 40 กิโลกรัมต่อต้นแล้วอายุต้น (ปุ๋ยควรผ่านการหมักที่สมบูรณ์แล้ว)
    1.2.2 ปุ๋ยเคมี
    การปุ๋ยเคมีให้มีประสิทธิภาพ ควรทำการวิเคราะห์ดินก่อนเพื่อจะได้ทำการปรับสภาพดิน และสามารถเลือกชนิดปุ๋ยและปริมาณตามที่มะม่วงต้องการ และซ่อมแซมส่วนที่สึกหรอ กับการผลิตมังคุดในฤดูที่ผ่านมา ได้แก่ สูตร 15-15-15หรือ 16-16-16 หรือ 46-0-0ผสมกับ15-15-15 หรือ 25-7-7ปริมาณ( กิโลกรัม)เท่ากับ เส้นผ่าศูนย์กลางทรงพุ่ม(เมตร) 1.2.3 ฉีดพ่นด้วยสารไทโอยูเรีย 100 กรัม/น้ำ 20 ลิตรเพื่อกระตุ้นให้มะม่วงแตกใบอ่อนพร้อมกันทั้งทรงพุ่ม สะดวกต่อการบริหารจัดการ
    1.2.4 หลังใส่ปุ๋ยและรดน้ำและพ่นไทโอยูเรียไปแล้ว ประมาณ 7-10 วันมะม่วงก็จะแตกใบอ่อน
    1.3 การดูแลป้องกันกำจัดศัตรูพืช
    หลังที่มะม่วงเริ่มแตกใบอ่อนแล้ว มักจะมีศัตรูพืชเข้ามาทำลาย ทั้งโรคและแมลงในระยะยอดอ่อนใบคลี่ ใบเพสลาด เช่น เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น ด้วงตัดใบ แมลงค่อมทอง โรคแอนแทรคโนส
    2.การเตรียมความพร้อมเพื่อการออกดอกนอกฤดู
    หลังจากเตรียมความพร้อมต้นมะม่วงมีการแตกใบอ่อนมาแล้ว 2 ครั้งเพื่อให้มะม่วงสะสมอาหารเต็มที่ โดยการแตกใบอ่อนครั้งสุดท้ายนี้ต้องกระตุ้นให้แตกใบอ่อนพร้อมกัน และใบอ่อนเข้าระยะใบเพสลาด หรือใบพวงเริ่มเตรียมทำการราดสารพาโคลบิวทราโซลดังนี้ รูปที่ 2
    2.1 ทำความสะอาดใต้ทรงพุ่ม
    โดยการกวาดใบแห้ง กิ่งมะม่วง และกำจัดวัชพืชออกจากบริเวณโคนต้น ให้สะอาด
    2.2 คำนวณสารพาโคลบิวทราโซล
    1)สำหรับมะม่วงพันธุ์เบา ใช้อัตรา 1:10
    (เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ใช้สาร ปริมาณ 10 กรัม 2เมตร ใช้สาร 20 กรัม)
    2)สำหรับมะม่วงพันธุ์หนัก ใช้อัตรา 1:15
    (เส้นผ่าศูนย์กลาง 1 เมตร ใช้สาร ปริมาณ 15 กรัม 2เมตร ใช้สาร 30 กรัม)
    2.3 การราดสารพาโคลบิวทราโซลนำสารพาโคลบิวทราโซลที่ชั่งแล้วไปผสมในน้ำสะอาด ในปริมาณ 2 ลิตรแล้วบริเวณโคนต้นจนหมด กรณีแปลงใหญ่ ให้ผสมสารพาโคลบิวทราโซลอัตรา 1:10 (น้ำ1 ลิตร ใส่สาร 10 กรัม หรือ 2 กิโลกรัม :น้ำ 200 ลิตร)
    2.4 การปฏิบัติหลังการราดสารพาโคลบิวทราโซล
    1)ให้น้ำสม่ำเสมอต่อเนื่อง ต่อไปอีกประมาณ 7 -10 วันเพื่อสารพาโคลบิวทราโซลแผ่กระจายทั่วทั้งทรงพุ่ม เพื่อให้รากมะม่วงดูดขึ้นไปสู่เรือนยอดเพื่อหยุดยั้งการเจริญเติบโต การแตกใบอ่อน

  2. หลังจากนั้น ใส่ปุ๋ยเพื่อสะสมตาดอก ทางดินสูตร 8-24-24 ,9-24-24 หรือ 12-24-12+แคลเซี่ยม-โบรอน+สังกะสี และให้น้ำอย่างต่อเนื่อง กรณีนอกเขตชลประทาน ไม่มีน้ำให้ใช้ ปุ๋ยที่มีตัวกลางสูงเช่น 0-52-34+แคลเซี่ยม-โบรอน+สังกะสี ฉีดพ่นทุกๆ 10 วัน 3 ครั้ง
    2.5 การกระตุ้นให้มะม่วงออกดอก
    หลังราดสารพาโคลบิวทราโซล และให้ปุ๋ยสะสมตาดอกไปแล้วในระยะเวลา ที่เหมาะสมแล้วสำหรับพันธุ์มะม่วงพันธุ์เบาใช้เวลาประมาณ 45วัน ส่วนมะม่วงพันธุ์หนัก ใช้เวลา ประมาณ60 วัน
    1)ตรวจสอบความพร้อมของตายอด ว่าพร้อมจะกระตุ้นให้ออกดอกได้แล้วหรือยัง โดยตายอดจะอั้น โปน บวมเป่ง ใบกลางหรือลู่ลงเข้าหากิ่ง เด็ดมาขยี้ดูเนื้อใบจะกรอบ บางยอดอาจพบน้ำยางไหลออกมาเล็กน้อย แสดงว่าตายอดพร้อมที่จะทำการกระตุ้นให้ออกดอกแล้ว
    2)ตรวจสอบ โรคแมลงในบริเวณทรงพุ่ม ได้แก่ เพลี้ยจักจั่น เพลี้ยไฟ รวมทั้งร่องการทำลายของ ราแอนแทรคโนส ซึ่งศัตรูพืชดังกล่าวจะเข้ามาทำลาย ช่อดอกอ่อนและผลอ่อน ภายหลัง จึงจำเป็นจะต้องฉีดพ่นเพื่อป้องกันและกำจัดเสียก่อน หรืออาจทำการฉีดพ่นไปพร้อมการกระตุ้นแตกตาก็ได้
    3)ผสมไทโอยูเรียอัตราส่วน 100 กรัม/น้ำ 20ลิตร(0.5%)หรือ โปแตสเซียมไนเตรทอัตรา 500 กรัม/ น้ำ 20 ลิตร(2.5%)ฉีดพ่นให้ทั่วทรงพุ่มจนชุ่ม หลังจากนั้นประมาณ 7-10 วันมะม่วงก็จะแทงช่อออกมาให้เห็น
    2.6 การปฏิบัติดูแลรักษาดอกและผลมะม่วง
    1)ระยะช่อยืด หลังมะม่วงแทงช่อแล้วจะพัฒนายืดยาวสุดภายใน 14-21 วัน ในช่วงนี้ควรระวัง แมลงที่สำคัญ ได้แก่ เพลี้ยไฟ เพลี้ยจักจั่น และราแอนแทรคโนส จะเข้าทำลายช่อดอกอ่อน อาจทำให้ช่อแห้งไม่ติดผล ควรฉีดพ่นสารเคมีป้องกันกำจัดโรคและแมลง 1-2 ครั้ง ขณะเดียวกันก็ควรผสมแคลเซี่ยมและโบรอนฉีดพ่นไปพร้อมการป้องกันกำจัดศัตรูพืชคราวเดียวกันเลย

  3. ระยะดอกบาน
    ดอกมะม่วงจะบานจากโคนช่อใช้เวลา 22-26 วัน.ในระยะนี้ควรงดพ่นสารเคมีใดๆทั้งสิ้นเพื่อให้แมลงเข้ามาผสมเกสร กรณีแมลงผึ้ง ชันโรง หรือแมลงวันมีน้อยอาจต้องหารังผึ้ง หรือชันโรงมาตั้งเพื่อช่วยผสมเกสร

  4. ระยะผลอ่อน-ผลแก่
    3.1) ให้ปุ๋ยขยายขนาด หลังมะม่วงผสมสมบูรณ์แล้วดอกเริ่มร่วง ผลอ่อนเริ่มขยายขนาดเท่าเมล็ดข้าวโพด ให้ใส่ปุ๋ยขยายขนาด สูตร 16-16-16 +15-0-0+26.5CaOทางดิน หรือพ่นทางใบ 20-20-20+TE ทุกๆ 10วัน 3 ครั้ง
    3.2) ให้น้ำสม่ำเสมอค่อยๆเพิ่มขึ้นให้เพียงพอกับความต้องการทำให้ผลขยาย
    3.3) ทำการปลิดผลด้อยคุณภาพออกจำหน่ายเป็นมะม่วงยำหรือมะม่วงน้ำปลาหวาน ในระยะ 60 วัน ขณะเดียวกันก็ทำการห่อผลไปเลย
    3.4)การห่อผลควรทำในช่วงนี้ ห่อผลมะม่วงที่มีคุณภาพดี1ที่อายุ 60 วันโดยชุบยาป้องกันกำจัดโรคราแอนแทรคโนส และ เพลี้ยแป้ง ให้แห้งก่อนแล้วจึงทำการห่อผล
    3.5)หลังจากทำการห่อผลเสร็จแล้วประมาณ 70 วัน ก็เริ่มให้ปุ๋ยพัฒนาคุณภาพผล สูตร 13-13-21หรือ 12-12-17+ 2 Mg หากไม่สะดวกจะใช้วิธีพ่นด้วย 0-0-60 ทุก10 วัน ประมาณ 2 ครั้ง
    3.6) การเก็บเกี่ยว มะม่วงที่มีคุณภาพ อายุจากดอกบาน –ผลแก่ 90-110 วันยกเว้นมะม่วงสำหรับรับประทานดิบ ตามที่ผู้บริโภคหรือตลาดต้องการดังดัชนีเก็บเกี่ยวมะม่วง
    1ตัดแต่งกิ่ง

แตกใบอ่อน**

**
ราดสาร

ออกกช่อ

ดัชนีเก็บเกี่ยวมะม่วง

ขอบคุณคับ